ประวัติความเป็นมา กิจการวิทยุกระจายเสียง

          พ.ศ.๒๔๙๒ กรมสื่อสารทหารอากาศได้ทำการทดลองกระจายเสียงโดยใช้ชื่อสถานีว่า “สถานีทดลองของกรมสื่อสารทหารอากาศ” โดยใช้เครื่องส่งแบบ T-4/FRC มาดัดแปลงมาใช้ในขนาดคลื่นยาวที่มีกำลังส่ง ๔๐๐ วัตต์ ภายใต้การอำนวยการของ เรืออากาศเอก เอกชัย มุสิกบุตร แม่กองวิชาการ แผนกเทคนิค ในขณะนั้น ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งโฆษกและผู้อำนวยการ ประชาชนให้ความสนใจการกระจายเสียงนี้มาก และนับว่ากิจการกระจายของกองทัพอากาศได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทัดเทียม กับเหล่าทัพอื่น

          พ.ศ.๒๔๙๔ กิจการกระจายเสียงในระยะเริ่มต้นดำเนินการโดยช่างสื่อสารประจำ WORK SHOP ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบเครื่องมือซ่อมบำรุงอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดจาก กองทัพอากาศอังกฤษที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทยสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา ทำการคิดค้นดัดแปลงเครื่องส่งกระจายเสียงทำการออกอากาศเป็นการทดสอบสมรรถนะ ของเครื่อง โดย เปิดเพลงและเทปส่งกระจายเสียงในระบบ AM เป็นที่นิยมของประชาชนโดยทั่วไป

          พ.ศ.๒๔๙๕ กรมสื่อสารทหารอากาศได้ดัดแปลงห้องทำงานของแผนกเทคนิคเป็นห้องส่งกระจาย เสียงของ “สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑” ต่อมา เรืออากาศเอก ประยูร วัฒนาคม หัวหน้าสถานีได้พิจารณานำเอาเครื่องส่งแบบ FRD-4 ซึ่งใช้ติดต่อระหว่างจุดต่อจุดกำลังส่ง ๒๐๐ วัตต์ มาดัดแปลงออกอากาศแทนเครื่องส่งเดิม และปีนี้เองกองทหารสื่อสารซึ่งเป็นหน่วยกำลังของกรมสื่อสารทหารอากาศถูกโอน ไปขึ้นกับกองบินยุทธการ

          พ.ศ.๒๔๙๖ นาวาอากาศโท เอกชัย มุสิกบุตร หัวหน้าแผนกสื่อสาร กองบินยุทธการ ในขณะนั้นพิจารณาเห็นว่า กองบินยุทธการ เป็นหน่วยแม่ของกองบิน ต่าง ๆ ควรมีสถานีวิทยุกระจายเสียงตามกองบินเพื่อฝึกเจ้าหน้าที่สื่อสารให้มีความ รู้และความชำนาญในเทคนิคด้านวิทยุกระจายเสียง และเพื่อเป็นเครื่องช่วยเดินอากาศให้กับนักบินนำอากาศยานกลับที่ตั้ง นอกจากนี้ยังเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการและข่าวสารทางราชการแก่เจ้า หน้าที่ทหารอากาศในส่วนภูมิภาค และเพื่อผลในการปฏิบัติงานทางยุทธวิธีกองบินยุทธการ จึงได้ตั้งสถานีวิทยุ กระจายเสียงในการกำกับดูแลของกองบินยุทธการ ใช้ชื่อว่า “สถานีวิทยุ กระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑ กองบินยุทธการ” ที่ดอนเมืองใช้ เครื่องส่งแบบ BC-610 กำลังออกอากาศ ๒๕๐ วัตต์ ซึ่งได้รับการช่วยเหลือกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา โดยมี เรืออากาศตรี ชลิต มณีศิริ เป็นหัวหน้าช่างปรากฏว่าเป็นที่นิยมชมชอบจากประชาชนเนื่องจาก ไม่มีโฆษณาสินค้า แผ่นเสียงและเทปได้รับความเอื้อเฟื้อจากผู้อุปการคุณและผู้ฟังส่งมาให้

          ต่อมาสถานีวิทยุกระจายเสียงในเครือกองทัพอากาศ ขยายขอบเขต และมีการวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ โดยได้ตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศในระบบ FM ที่ทุ่งมหาเมฆ ต่อมาใช้ชื่อว่าสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๖ กรุงเทพมหานคร ขยาย สถานีออกไปตามที่ตั้งกองบินและกองบินน้อยต่างๆ โดยมีชื่อเรียกสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๒ ลพบุรี,๐๓ นครราชสีมา, ๐๔ ตาคลี, ๐๗ สัตหีบ เป็นต้นต่อมาได้โอนสถานีวิทยุกระจายเสียงต่างจังหวัดให้กองบินต่าง ๆ ดังนี้
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๒ ลพบุรี
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๓ นครราชสีมา
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๔ ตาคลี
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๕ ประจวบคีรีขันธ์
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๗ สัตหีบ และต่อมาย้ายไปอยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

          พ.ศ.๒๕๒๔ กองทัพอากาศได้ออกระเบียบกองทัพอากาศว่าด้วยวิทยุกระจายเสียงของกองทัพอากาศ โดยมีคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ รับผิดชอบและควบคุมดำเนินกิจการของสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศให้บรรลุ วัตถุประสงค์ของกองทัพอากาศ แต่ก็ถือว่ารายได้เป็นของแต่ละสถานี และได้มอบโอนสถานีวิทยุกระจายเสียงต่างจังหวัดให้อยู่ในการกำกับดูแลของกอง บินดังนี้
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๘ อุบลราชธานี
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๙ อุดรธานี
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑๒ กำแพงแสน

          พ.ศ.๒๕๒๕ ได้มอบโอนสถานีวิทยุกระจายเสียงต่างจังหวัดให้อยู่ในการกำกับดูแลของกองบินเพิ่มเติมดังนี้
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑๐ พิษณุโลก
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑๑ หาดใหญ่
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑๓ เชียงใหม่

          พ.ศ.๒๕๒๙ การบริหารงานของสถานีวิทยุกระจายเสียงในเครือกองทัพอากาศ ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้สถานีวิทยุกระจายเสียงที่ตั้งอยู่ตามกองบินต่าง จังหวัดทุกแห่ง แยกการบังคับบัญชาและบริหารไปขึ้นกับกองบินโดยตรง โดยมีหัวหน้าแผนกสื่อสารของ ทุกกองบินเป็นผู้อำนวยการสถานีโดยตำแหน่ง และให้ผู้บังคับการกองบิน เป็นประธานกรรมการดำเนินงานโดยตำแหน่ง สถานีวิทยุทหารอากาศหลายสถานีได้รับอนุมัติให้ออกอากาศในระบบ FM เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรก โดยดัดแปลงเครื่องรับ-ส่งวิทยุโทรคมนาคมแบบ AN/TRC/24 มาเป็นเครื่องส่งออกอากาศ และดำเนินการติดตั้งส่งออกอากาศเรียบร้อย ทุกแห่งกองทัพอากาศยังได้ตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงทั้งในระบบ AM และ FM เพิ่มขึ้นอีกหลายจังหวัด
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑๔ มหาสารคาม
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑๕ เชียงราย
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑๖ จันทบุรี
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑๗ สกลนคร
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑๘ น่าน
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๑๙ สุรินทร์
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๒๐ ขอนแก่น
* สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารอากาศ ๐๒๑ บุรีรัมย์